ภาษาเป็นสิ่งที่สำคัญต่อมนุษย์ เพราะเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร เป็นหัวใจของการถ่ายทอดความรู้ ความเชื่อ คติธรรม และวัฒนธรรมของมนุษย์ มีข้อควรสังเกตเกี่ยวกับภาษาดังนี้
1. ภาษาใช้เสียงสื่อความหมาย เป็นการพูดเพื่อสื่อความหมายอย่างมีระเบียบกฎเกณฑ์ที่เข้าใจกันทั้งสองฝ่าย โดยใช้เสียง สัญลักษณ์เป็นสื่อ สำหรับในความหมายแคบ ให้ถือว่าเสียงพูด เป็นสื่อความหมาย ทั้งนี้ เสียงกับความหมาย ต้องขึ้นอยู่กับการตกลงกันของแต่ละกลุ่ม เช่น คนญี่ปุ่น เรียกบ้านว่า คน, คนเขมร เรียก ผะผทะ (เผ-ตี-ยะห์) คนฝรั่งเศสเรียก เมซอง แต่คำกับภาษาก็ยังมีส่วนสัมพันธ์กัน เช่น คำที่เลียนเสียงธรรมชาติ
2. การประกอบกันของหน่วยในภาษา หน่วยภาษาของมนุษย์สามารถเพิ่มจำนวนคำ หรือเปลี่ยนการเรียงคำได้เช่น ใครไปหาให้ หาใครไปให้ ให้ใครไปหา ไปหาให้ใคร ใครหาไปให้ ให้หาใครไป ไปให้ใครหา หาให้ใครไป ไปหาใครให้ ใครให้ไปหา ฯลฯ หรือเพิ่มการรวม ซ้อนกันของประโยค เช่น
- แม่ซื้อแหวน
- แม่ซื้อแหวนอยู่ที่ร้าน
- แม่ซื้อแหวนอยู่ที่ร้านที่ร้านขายเครื่องประดับ
3. ภาษามีการเปลี่ยนแปลง อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนความหมาย เปลี่ยนคำที่ใช้ร่วมกัน การได้รับอิทธิพลของภาษาอื่น เป็นต้น
4. ภาษาทั่วโลก มีลักษณะที่คล้ายคลึง และแตกต่างกันดังนี้
ลักษณะที่เหมือนกัน
ทุกภาษาใช้เสียงสื่อความหมาย โดยมีทั้งเสียงสระ และเสียงพยัญชนะ
- สามารถสร้างศัพท์ใหม่ จากการประสมของศัพท์เดิม
- แต่ละภาษามีสำนวนใช้
- แต่ละภาษามีคำชนิดต่าง ๆ คล้ายกัน เช่น มีคำนาม คำกริยา คำขยายนาม
- แต่ละภาษา มีวิธีขยายประโยคให้ยาวไปเรื่อย ๆ
- แต่ละภาษามีวิธีแสดงความคิดล้าย ๆ กัน มีประโยคคำถาม คำสั่ง
- แต่ละภาษามีการเปลี่ยนไปตามกาล เวลา
ลักษณะที่ต่างกัน
- ด้านเสียง เช่นภาษาอังกฤษ มีเสียง z, th ซึ่งภาษาไทยไม่มี
- ด้านเสียง ภาษาไทยมีเสียงวรรณยุกต์ เอก โท ตรี จัตวา แต่ภาษาอื่น อาจจะมีหรือไม่มี
- ด้านไวยากรณ์ ภาษาไทย อังกฤษ มีการเรียงประโยคแบบ ประธาน กริยา กรรม แต่ในภาษาอื่นเช่น ภาษาญี่ปุ่น เรียงแบบ ประธาน กรรม กริยา
ประเภทของภาษา
ภาษาเป็นเครื่องหมายที่มนุษย์กำหนดขึ้นมาอย่างมีระบบเพื่อใช้ติดต่อสื่อสารกันในแต่ละกลุ่ม แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1. วัจนภาษา 2. อวัจนภาษา
วัจนภาษา คือ ภาษาที่เป็นถ้อยคำสำหรับใช้สื่อสารทั้งที่เป็นคำพูดหรือเป็นตัวหนังสือ
อวัจนภาษา คือ ภาษาที่ไม่เป็นถ้อยคำ เป็นการสื่อสารกันโดยใช้กิริยาท่าทางหรือเครื่องหมายสัญลักษณ์ต่างๆ
ลักษณะทั่วไปหรือลักษณะสากลของภาษา
แบ่งออกเป็น 3 ประเด็น คือ
ภาษาใช้เสียงสื่อความหมาย เช่น : - แม่ (ไทย), mother (อังกฤษ) ฯลฯ
ภาษาประกอบด้วยหน่วยเล็กไปจนถึงหน่วยใหญ่ เช่น : - เสียง (สระ, พยัญชนะ, วรรณยุกต์) >>> พยางค์ >>> คำ ? กลุ่มคำ >>> ประโยค >>> เรื่องราว
ภาษามีการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ :
เปลี่ยนจากการพูดจาในชีวิตประจำวัน เช่น : - หมากม่วง >>> มะม่วง, สิบเอ็ด >>> สิบเบ็ด, นกจอก >>> นกกระจอก, โจน >>> กระโจน
เปลี่ยนเนื่องจากอิทธิพลของภาษาต่างประเทศ เช่น : - ทับศัพท์ภาษาอังกฤษ ได้แก่ ฟุตบอล คอมพิวเตอร์ เทคนิค ฯลฯ หรือการนำสำนวนภาษาต่างประเทศมาใช้ ได้แก่ สนใจใน … , เข้าใจใน … , ในความคิดของ ฉัน … , ทุกสิ่งทุกอย่าง … ฯลฯ
เปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อม เช่น : - พูดตามสมัย ได้แก่ : - กิ๊ก ปิ๊ง ฯลฯ หรือเลียนเสียงเด็ก ได้แก่ : - ม่ายอาว (ไม่เอา), อาหย่อย (อร่อย) ฯลฯ
วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น