คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เศรษฐกิจไทยมีความผูกพันธ์กับเศรษฐกิจโลกในระดับสูงมาเป็นระยะเวลายาวนานดังจะเห็นจากตัวอย่างในอดีตในช่วง หลังวิกฤตการณ์น้ำมัน เศรษฐกิจทั่วโลกซึ่งอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ซึ่งส่งผลกระทบให้กับเศรษฐกิจไทยด้วย อย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันผลกระทบที่จะส่งผลร้ายแรงต่อเศ รษฐกิจไทย ประเทศไทยจึงมีการปรับแผนการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้ามาเป็นการผลิตเพื่อการส่งออก เพื่อลดการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด และผลจากการเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจดังกล่าว ได้ส่งผลทำให้สัดส่วนมูลค่าการส่งออกใน GDP สูงขึ้นมาโดยตลอด
การส่งออกจึงเป็นส่วนสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย และทำให้รายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงขึ้น เมื่อพิจารณาทางด้านโครงสร้างสินค้าส่งออกของไทยได้เริ่มมีการปรับจากโครงสร้างการผลิตทางการเกษตรมาเป็นการผลิตทางด้านอุตสาหกรรมมากขึ้น
อัตราส่วนการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (จากกราฟ แสดงสัดส่วน : ร้อยละต่อ GDP) และเนื่องจากการส่งออกเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญให้กับประเทศ และนอกจากนั้น ยังเป็นองค์ประกอบในบัญชีเดินสะพัด ในขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยมีการขาดดุล มาโดยตลอด โดยจะขาดดุลมากหรือน้อยก็ขึ้นกับการขยายตัวของการส่งออกและการนำเข้า หากปีใดที่มีการขยายตัวของการส่งออกต่ำ ก็จะทำให้การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูงขึ้น
ปัจจุบันอัตราการเจริญเติบโตของการส่งออกของเราชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งใน ปี พ.ศ. 2539 ที่ผ่านมาอยู่ในระดับ 0 % การลดลงของการส่งออกนี้เองจะเป็นผลให้การขาดดุลบัญชีดุลการค้าเพิ่มขึ้น และทำให้ฐานะทางการเงินระหว่างประเทศของเราแย่ลง เหตุผลที่ทำให้ก ารส่งออกของเราลดลงก็มาจากหลายสาเหตุ เช่น การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกซึ่งมีผลทำให้การค้าขายระหว่างประเทศลดลง ปัญหาทางด้านการกีดกันการค้าระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีผลมาจากการถูกตัดสิทธิพิเศษทางการค้าของไทย เพราะประเทศไทยได้มีการพัฒนาการผลิตการสินค้าเกษตร จนก ระทั่งผลิตสินค้าอุตสาหกรรมมากขึ้น จนกลายเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ ทำให้รายได้ ประชาชาติสูงขึ้น จนถึงระดับที่ไม่ได้รับสิทธิพิเศษทางการค้า
จากปัญหาการส่งออกได้มีมากขึ้นจนกระทั่งในช่วง 2 - 3ปีที่ผ่านมาจากการขยายตัวของการส่งออกลดระดับลงมาจนถึง 0 % ซึ่งอาจจะนับได้ว่าเป็นวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจอย่างหนึ่ง ปัญหาการส่งออกของไทยมีสาเหตุมาจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ปัญหาภายนอกที่สำคัญ เช่น การ ชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก การกีดกันทางการค้าของประเทศต่าง ๆ และการกำหนดมาตรฐานของสินค้าที่สูงขึ้น ส่วนทางด้านปัจจัยภายใน เช่น ความเหมาะสมของนโยบายเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีที่ผ่านมา เรามีปัญหาทางด้านการเงินมากพอสมควร ประกอบกับความผันผวนของอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้เสถียรภาพทางการเงินของไทยแย่ลง ทางด้านต้นทุนการผลิตสินค้าซึ่งเรามีการผลิตที่ใช้แรงงานเป็นหลัก ปัญหาค่าจ้างแรงงานที่สูงขึ้น จะทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น และเทคโนโลยีการผลิตที่ไม่ทันสมัย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลถึงคว ามสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีการค้าโลก
ด้วยเหตุที่ปัญหาการส่งออกนับเป็นปัญหาที่สำคัญเพราะเป็นแหล่งที่มาของรายได้ ที่สำคัญของประเทศไทย การที่จะปล่อยให้ปัญหาดังกล่าวเรื้อรังอยู่ก็จะทำให้เสียรายได้จากส่วนนี้ไป และส่งผลต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ ดังนั้น จึงต้องพยายามเร่งแก้ไขปัญหาการส่งออก โดย ร่วมมือกันจากทุก ๆ ฝ่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน
การส่งออกจึงเป็นส่วนสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย และทำให้รายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงขึ้น เมื่อพิจารณาทางด้านโครงสร้างสินค้าส่งออกของไทยได้เริ่มมีการปรับจากโครงสร้างการผลิตทางการเกษตรมาเป็นการผลิตทางด้านอุตสาหกรรมมากขึ้น
อัตราส่วนการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (จากกราฟ แสดงสัดส่วน : ร้อยละต่อ GDP) และเนื่องจากการส่งออกเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญให้กับประเทศ และนอกจากนั้น ยังเป็นองค์ประกอบในบัญชีเดินสะพัด ในขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยมีการขาดดุล มาโดยตลอด โดยจะขาดดุลมากหรือน้อยก็ขึ้นกับการขยายตัวของการส่งออกและการนำเข้า หากปีใดที่มีการขยายตัวของการส่งออกต่ำ ก็จะทำให้การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูงขึ้น
ปัจจุบันอัตราการเจริญเติบโตของการส่งออกของเราชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งใน ปี พ.ศ. 2539 ที่ผ่านมาอยู่ในระดับ 0 % การลดลงของการส่งออกนี้เองจะเป็นผลให้การขาดดุลบัญชีดุลการค้าเพิ่มขึ้น และทำให้ฐานะทางการเงินระหว่างประเทศของเราแย่ลง เหตุผลที่ทำให้ก ารส่งออกของเราลดลงก็มาจากหลายสาเหตุ เช่น การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกซึ่งมีผลทำให้การค้าขายระหว่างประเทศลดลง ปัญหาทางด้านการกีดกันการค้าระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีผลมาจากการถูกตัดสิทธิพิเศษทางการค้าของไทย เพราะประเทศไทยได้มีการพัฒนาการผลิตการสินค้าเกษตร จนก ระทั่งผลิตสินค้าอุตสาหกรรมมากขึ้น จนกลายเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ ทำให้รายได้ ประชาชาติสูงขึ้น จนถึงระดับที่ไม่ได้รับสิทธิพิเศษทางการค้า
จากปัญหาการส่งออกได้มีมากขึ้นจนกระทั่งในช่วง 2 - 3ปีที่ผ่านมาจากการขยายตัวของการส่งออกลดระดับลงมาจนถึง 0 % ซึ่งอาจจะนับได้ว่าเป็นวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจอย่างหนึ่ง ปัญหาการส่งออกของไทยมีสาเหตุมาจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ปัญหาภายนอกที่สำคัญ เช่น การ ชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก การกีดกันทางการค้าของประเทศต่าง ๆ และการกำหนดมาตรฐานของสินค้าที่สูงขึ้น ส่วนทางด้านปัจจัยภายใน เช่น ความเหมาะสมของนโยบายเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีที่ผ่านมา เรามีปัญหาทางด้านการเงินมากพอสมควร ประกอบกับความผันผวนของอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้เสถียรภาพทางการเงินของไทยแย่ลง ทางด้านต้นทุนการผลิตสินค้าซึ่งเรามีการผลิตที่ใช้แรงงานเป็นหลัก ปัญหาค่าจ้างแรงงานที่สูงขึ้น จะทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น และเทคโนโลยีการผลิตที่ไม่ทันสมัย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลถึงคว ามสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีการค้าโลก
ด้วยเหตุที่ปัญหาการส่งออกนับเป็นปัญหาที่สำคัญเพราะเป็นแหล่งที่มาของรายได้ ที่สำคัญของประเทศไทย การที่จะปล่อยให้ปัญหาดังกล่าวเรื้อรังอยู่ก็จะทำให้เสียรายได้จากส่วนนี้ไป และส่งผลต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ ดังนั้น จึงต้องพยายามเร่งแก้ไขปัญหาการส่งออก โดย ร่วมมือกันจากทุก ๆ ฝ่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น